Home ความรู้  Hostway Germany ได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานสีเขียวแล้ว

 Hostway Germany ได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานสีเขียวแล้ว

by Michael
0 comment

5.5 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงการใช้ไฟฟ้าที่ Hostway Germany ในดาต้าเซ็นเตอร์ใน Hanover ในปี 2019 สิ่งนี้สอดคล้องกับการใช้ไฟฟ้าประมาณ 2,000 ครัวเรือน … ตัวเลขนี้ฟังดูสูงมาก แต่ศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยนั้นประหยัดพลังงานได้มากกว่า Data Center ใด ๆ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2001

Hostway Germany ใช้ระบบให้ความเย็นแก่ระบบ DataCenter โดยไม่ต้องใช้คอมเพรสเซอร์ทำความเย็นที่อุณหภูมิภายนอกต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียส ในปีพ. ศ. 2008 หัวข้อข่าวได้รับความนิยมเมื่อหนึ่งในดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกที่เคยทำให้ร้อนรอบ ๆ อาคารสำนักงานด้วยความร้อนเหลือทิ้งจากเซิร์ฟเวอร์( Data center waste heat heats offices )

ขั้นตอนต่อไปจะเกิดขึ้นในปี 2020 Hostway Germany กำลังแปลงระบบเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดและโครงสร้างระบบคลาวด์ให้เป็นกระแสไฟฟ้าในระบบนิเวศ ปริมาณการใช้ระบบจะถูกสร้างขึ้น 100% จากพลังงานทดแทนและป้อนเข้าสู่ระบบเครือข่าย เราให้บริการลูกค้า Colocation ที่ดำเนินการติดตั้งของตัวเองในศูนย์ข้อมูลของเราในลักษณะเดียวกันเพื่อรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน การผลิตกระแสไฟฟ้าธรรมชาติจากผู้ให้บริการไฟฟ้าของเราตามหลักฐานการพิสูจน์แหล่งกำเนิดตามมาตรา 79 EEG ได้รับการรับรองและลูกค้ามีรายชื่ออยู่ในใบรับรอง ซึ่งหมายความว่าลูกค้า Colocation ของเรายังสามารถรับประกันการใช้ไฟฟ้าสีเขียว 100% สำหรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์


เยอรมันชูนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวเสริมศักยภาพการตลาด

กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWi) ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมคุ้มครองธรรมชาติและความปลอดภัยทางปรมาณูแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUB) สำนักงานวุฒิสภากรุงเบอร์ลินด้านสิ่งแวดล้อม การคมนาคมขนส่ง และการป้องกันสภาพภูมิอากาศ Berliner Impulse และ Energie- und Umwelt-management-Beratung Pöschk (EUMB Pöschk ) จัดงาน Berliner Energietage 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เมื่อวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2560 ด้วยความมุ่งหวังเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปพลังงาน (Energiewende) ในประเทศเยอรมนีให้บรรลุเป้าหมาย

           สืบเนื่องจาก กรุงเบอร์ลิน สหพันธรัฐเยอรมนี เป็นเมืองหลวงที่มีส่วนสำคัญในการตอบสนองนโยบายการปฏิรูปพลังงาน ทั้งในด้านการลดมลพิษ การประหยัดพลังงานภายในอาคาร การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และขยายไปใช้ในงานด้านระบบขนส่งมวลชน ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการดำเนินการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals- SDGs 2030 Agenda ขององค์การสหประชาชาติ (UN)

           งานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมออกบูธจัดนิทรรศการ เพื่อนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ในการบริการพลังงานกว่า 100 คูหา และได้จัดเวทีเสวนาเพื่อการปกป้องสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (Innovations- und Gründerforum – Energieeffizienz und Klimaschutz) ที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 กระทั่งกลายเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมพลังงานด้าน start-up โดยปีที่ผ่านมากรุงเบอร์ลินและรัฐบรันเดนบูร์กได้รับความสำคัญมากยิ่งขึ้นในฐานะเมืองหลักของนวัตกรรมด้านพลังงาน

           สำหรับปีนี้ นอกจากเวทีสัมมนาจะหารือกันในเรื่องการใช้พลังงานและการปรับโครงสร้างอาคารแล้ว ผู้ร่วมเสวนายังได้ตื่นตัวกับการพัฒนานวัตกรรมที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิดการใช้ดิจิทัลกับพลังงาน การปรับเปลี่ยนระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนสู่ระบบไฮบริด รวมถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานแบตเตอรี่ และ E-Mobility ซึ่งนับว่าเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนการดำรงชีวิตในสังคมมนุษย์ สู่การบูรณาการทุกภาคส่วนให้เป็น “สังคมเศรษฐกิจสีเขียว” ทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้นำเสนอผลงานสร้างสรรค์ทางวิชาการและนวัตกรรมจากวิสัยทัศน์พื้นฐานด้านนโยบายพลังงานของประเทศอีกด้วย

           ความสำเร็จในกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนในประเทศ ได้ตระหนักถึงการใส่ใจด้านพลังงานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งการกำหนดราคาของพลังงานแต่ละประเภทย่อมสามารถนำมาเป็นปัจจัยในการเพิ่มการแข่งขันทางการตลาดได้เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นเป้าหมายหลักของเวทีโลก

           เยอรมนีได้เคยจับมือกับไทยเดินหน้าโครงการพลังงานทดแทนระดับชุมชนไทย-เยอรมัน (Thai-German Community-Based Renewable Energy- CBRE) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนของไทย ซึ่งเป็นโอกาสที่ประเทศไทยน่าจะสามารถใช้เครือข่ายในโอกาสนี้ต่อยอดความร่วมมือระหว่างกันให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมเชิงพาณิชย์ในอนาคตต่อไปได้


Credit Globthailand.com

0 comment
0

You may also like

Leave a Comment